ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยมองข้ามความสำคัญของการมีประกัน ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันอุบัติเหตุ ฯลฯ
เพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว ไม่น่าจะต้องเสียเงินไปกับส่วนนี้ เรายังแข็งแรงดี ไม่น่าจะเป็นอะไรหรอก
แต่มาปีนี้ ผมรู้แล้วว่าการลงทุนกับการประกันภัย ไม่ใช่สิ่งที่เราควรจะเพิกเฉย และมองข้ามแต่อย่างใด
เมื่อประมาณช่วงต้นปีแรก แฟนผมต้องไปผ่าตัดไส้ติ่ง เนื่องจากไส้ติ่งอักเสบ โดยอยู่โรงพยาบาลนาน 4 วัน
ถ้าไม่มีประกันสุขภาพของทางบริษัท (ขอบคุณพี่ออย และผู้บริหาร ThinkNet ทุกท่านที่เห็นความสำคัญของการทำประกันสุขภาพให้พนักงานครับ)
และประกันสุขภาพที่มีอยู่ในประกันชีวิต รวมถึงประกันสังคม
ผมจะต้องจ่ายเงินทั้งสิ้น 6 หมื่นบาท!
และเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา แฟนผมเกิดอาการแพ้ยานอนโรงพยาบาลไป 3 วัน
รอบนี้ถ้าไม่มีประกันก็ต้องจ่ายถึง 2.5 หมื่นบาท กับการนอนรับน้ำเกลือ 3 วัน - -"
รวมแล้วปีนี้ผมใช้เงินของประกันไป 8.5 หมื่นบาท คุ้มมั้ยหล่ะครับ :)
(หวังว่าคงไม่มียอดเพิ่มแล้วนะ ไม่อยากจะคุ้มมากกว่านี้แล้วหล่ะครับ)
พอเห็นตัวอย่างแบบนี้แล้ว จึงรู้สึกว่าการทำประกันไม่ใช่เรื่องของการแช่งตัวเอง หรือการใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแต่อย่างใด
การประกันถือเป็นการลงทุนอย่างหนึ่ง แม้ว่าบางกรมธรรม์จะเหมือนเป็นการเอาเงินไปทิ้ง
แต่นั่นคือการซื้อโอกาสในการรักษาตัว ที่เราก็ไม่อาจจะรู้ได้ว่าวันใดเราจะล้มหมอนนอนเสื่อ
ซึ่งถ้าโชคร้ายไม่ได้ทำประกันไว้ การเจ็บป่วยครั้งนั้นอาจจะทำให้เราสิ้นเนื้อประดาตัวไปเลยก็ได้
ผมเข้าใจสิ่งที่คุณนวพรกล่าวไว้ในหนังสือเกี่ยวกับการออมของท่านแล้วครับ
"การทำประกันสุขภาพก็ถือเป็นการออมเงินทางหนึ่ง"
(ประโยคอาจจะไม่เป๊ะ แต่ให้ความหมายตามนี้ครับ)